แชร์ลูกโซ่หรือการขายแบบปิรามิด
แชร์ลูกโซ่หรือการขายแบบปิรามิด นั้น มีข้อแตกต่างอยู่นิดเดียวตรงที่ตัวสินค้าและรูปแบบการขาย ซึ่งอาจแบ่งการขายแบบปิรามิดได้เป็น 2 แบบ
1. ระบบปิรามิดถูกออกแบบมาเพื่อจะชักนำนักลงทุนไปสู่เงินก้อนใหญ่ โดยไม่มีตัวสินค้าใดๆ หากคุณไม่ทันเกมคุณก็จะเข้าเป็นหนึ่งในฐานปิรามิด ตามที่กล่าวอ้างรายได้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อคุณไปชักนำคนอื่นให้เข้ามาอยู่ในปิรามิดด้วยโดยเขาคนนั้นจะต้องจ่ายเงินให้คุณ หรือพูดให้ง่ายๆ ก็เป็นการคิดค่าหัวคิวนั่นเอง ยิ่งคุณชวนใครเข้าไปในปิรามิดมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเท่า นั้น ย้ำมันเป็นเพียงคำโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น
ระบบปิรามิด ที่ ไม่มีตัวสินค้านี้ มันจะทำให้คุณจนลงๆคุณจะกลายเป็นฐานให้กับคนที่เข้ามาก่อนได้เหยีบขึ้นไปสู่ ยอดของปิรามิดคอยเก็บดอกเก็บผลที่ส่งต่อมาเป็นทอดๆสร้างรายได้ความร่ำรวยให้ กับคนกลุ่มน้อยนี้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย
ระบบเช่นนี้ทำให้ประเทศแอลบาเนียล่มมาแล้ว ในขณะที่คนไทยเองต้องน้ำตาตกและจำไม่ลืมกับกรณี “แชร์แม่ชม้อย” ระบบปิรามิดแบบเงินสดไม่มีสินค้าผลิตภัณฑ์บางทีก็ถูกเรียกว่า “ระบบปิรามิดเปลือย”
2. ระบบปิรามิดแบบที่สองเป็นแบบมีผลิตภัณฑ์ แต่จุดมุ่งหมายของคนที่ออกแบบไม่เพียงแต่หากำไรโดยการขายสินค้าให้กับผู้ บริโภคโดยตรงเท่านั้น แต่ตัวแทนขายหรือพนักงานขายจะขายสินค้านั้นให้กับผู้ขายอีกระดับหนึ่งเพื่อ ที่จะได้กำไรแล้วก็ขายต่อๆกันไปอีก จนถึงผู้ขายคนสุดท้ายที่ขายให้กับผู้บริโภคเพื่อกำไรขั้นสุดท้าย แน่นอนการขายแบบนี้จะมีการผลักภาระให้กับผู้บริโภคคนสุดท้ายอย่างเต็มที่
ระบบปิรามิดแบบนี้ ต่าง กับการขายตรงแบบหลายชั้นอยู่ตรงที่ว่า การขายตรงแบบหลายชั้นตัวแทนขายทุกคนทุกชั้นจะไปสั่งสินค้าโดยตรงกับ บริษัทรายได้จากการขายจะเกิดจากเปอร์เซนต์สินค้าเท่านั้นไม่มีการหารายได้ จากขายด้วยกันเอง
ระบบการขายแบบปิรามิด นั้นใน ประเทศทางตะวันตก สหรัฐอเมริกา หรืออย่างมาเลเซียได้ออกกฎหมายห้ามไม่ให้มีการดำเนินธุรกิจด้วยวิธีนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ
แต่ใช่ว่าการขายตรงแบบหลายชั้น จะ ปลอดภัยไปเสียทั้งหมดเนื่องจากรูปแบบการขายตรงมีการดัดแปลงในรายละเอียด เรื่อยมา จนอาจจะมีบางบริษัทหรือตัวแทนขายบางคนที่หวังกำไรหรือหวังระดมเงินทุนอย่าง เป็นกอบเป็นกำแอบมีการขายสินค้าหรือไม่มีแต่เน้นหนักในเรื่องการหากินกับค่า หัวคิวของผู้มาสมัครเป็นสมาชิกด้วยกันเอง
การเข้ามาของนูสกินจึงถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ด้วยการให้เปอร์เซนต์ที่สูงถึง 43-60% เพียงเวลาครึ่งเดือนบางบริษัทก็มีผู้สนใจเข้ามาเป็นสมาชิกถึง 50,000 ราย จับตามองในแง่ของความเป็นแชร์ลูกโซ่ จับตามองในแง่ของการระดมทุนแบบตีหัวเข้าบ้าน
อย่า เน้นเรื่องของการให้ค่าคอมมิสชั่นส่วนต่างระหว่างการขายส่งกับการขายปลีก 40-60% มากเกินไป หากทำเช่นนี้แล้วคนต่อไปก็จะบวกราคาขึ้นไปอีก กลายเป็นว่าคนแรกจะได้ประโยชน์กี่เปอร์เซนต์ก็ว่าไป จะเข้าไปในลักษณะของปิรามิดเซลล์หรือแชร์ลูกโซ่ แต่เผอิญเขามีสินค้าที่ถูกต้องอยู่
เราจึงเน้นว่าในเรื่องของสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะต้องมีฉลาก” เป็นคำกล่าวของนายอนุวัฒน์ ธรมธัช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ. ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่กำลังจับตามองกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
Tags: ขายตรง, ตัวแทนขาย, สมาชิกเรื่องที่ตัวแทนจำหน่ายควรรู้
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้





